ร้านอาหาร ไทย จีน อิสาน และยุโรป ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความอร่อย ใจกลางเมืองอุบลราชธานี
วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
สรรพคุณฟักทองที่ได้อ่านแล้วต้องชอบกินแน่นอน
ฟักทองนั้นเป็นพืชที่ให้คุณค่าทางอาหารสูงมากเมื่อเทียบกับผักผลไม้อื่นๆ อีกทั้งยังมีแคลอรีต่ำ จึงทำให้ฟักทองนั้นเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการควบคุมอาหาร ประโยชน์จากฟักทองนั้นได้มาจากหลายๆส่วน ไม่ใช่ได้มาจากเพียงผลฟักทอง อาทิเช่น
ใบฟักทอง
ใบอ่อนของฟักทองนั้นสามารถรับประทานได้ โดยมีการกินกันในหลายภูมิภาค เช่นในทวีปแอฟริกา รวมถึงในประเทศไทยเองด้วย ใบฟักทองอุดมไปด้วยธาตุสังกะสี เหล็ก แคลเซียม และยังมียอดฟักทองที่ให้วิตามินเอสูงมาก และเนื่องจากวิตามินเอละลายในน้ำมัน การผักยอดฟักทองกับน้ำมันจึงเหมาะสมที่สุด เพราะร่างกายจะดูดซึมได้ดี
ผลฟักทอง
เป็นทรงแบน สีเขียวเข้ม เนื้อในสีเหลืองส้ม ผลฟักทองเป็นที่นิยมในการประกอบเป็นอาหารชนิดต่างๆไปทั่วโลก เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการนำไปอบ ย่าง บดใส่ซุป ในบราซิลและแอฟริกามักทำเป็นซุป ในญี่ปุ่นนำมาทำเป็นเทมปุระ ซึ่งก็คือการชุบแป้งทอด และในประเทศไทยบ้านเรามีการนำมาประกอบอาหารหลากหลาย ทั้งผัดใส่ไข่ แกงเผ็ดฟักทอง
น้ำจากเนื้อฟักทองช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้
จากงานวิจัยในจีน พบว่าน้ำตาลโพลีแซคคาไรด์จากโปรตีนในเนื้อฟักทองมีฤทธิ์ช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้ น้ำตาลชนิดนี้ละลายได้ในน้ำคั้นผลฟักทอง นักวิทยาศาสตร์ได้ทดสอบกับหนูที่เป็นเบาหวาน ได้ผลออกมาว่าระดับอินซูลินเพิ่มขึ้น น้ำตาลในเลือดลดลง อีกทั้งยังเพิ่มการทนต่อกลูโคส และยังพบอีกว่า สารสกัดน้ำตาลชนิดนี้ในปริมาณที่เหมาะสมนั้นดีกว่าปริมาณที่ต่ำเกินไปและดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาเบาหวานอีกด้วย
เมล็ดฟักทอง
มักทานเป็นอาหาร ขนมขบเคี้ยว ด้วยการคั่ว อุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล็ก สังกะสี โพแทสเซียม แมกนีเซียม กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายชนิดต่างๆ
น้ำมันเมล็ดฟักทอง
มักใช้ในการปรุงอาหารในแถบประเทศยุโรปตะวันออก และยุโรปตอนกลาง น้ำมันเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินอี กรดไขมันไม่อิ่มตัว น้ำมันเมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์หลายอย่าง สามารถป้องกันต่อมลูกหมากโต ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ซึ่งมีประสิทธิภาพมากในผู้ป่วยเบาหวาน ลดความดันเลือด ลดคอเลสเตอรอล ช่วยบรรเทาโรคปวดข้อเข่า และยังใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่อีกด้วย
วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
ผักบ้านๆ มีคุณประโยชน์มากมายที่หลายคนคาดไม่ถึง
พืชผักทางการเกษตรของประเทศไทย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็สามารถหากินได้อย่าง สะดวกสบาย แต่เพื่อนๆ เคยรู้กันหรือไม่ ? ว่าพืชผักที่ปลูกหลังบ้าน หรือ ข้างริมรั้ว ของเรานั้น มันมีประโยชน์มากแค่ไหน ทำไมผักบ้างชนิดที่หาง่ายในบ้านเราถึงเป็นที่ต้องการสูงในต่างประเทศ
1. ชะพลู ผักบ้านๆ ที่หากินกันได้ทั่วไป ซึ่งมีสรรพคุณในเรื่อง ขับลม แก้อาการท้องอืด บำรุงธาตุ ขับเสมหะ สำหรับประโยชน์ของชะพูลในเรื่องสุขภาพ ได้แก่ ใบชะพลูมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณมาก ซึ่งช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยในการมองเห็น ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน แก้โรคตาฟาง ช่วยในการขับถ่าย เนื่องจากมีเส้นใยในปริมาณมาก และใบชะพลูมีรสเผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ชะพลูยังมี วิตามินเอและธาตุแคลเซียมในปริมาณสูงเป็นพิเศษ มีธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส คลอโรฟิลล์ เส้นใยอีกด้วย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายแทบทั้งสิ้น
2. ผักปลัง เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารหลากหลาย เช่น มีแคลเซียมและธาตุเหล็กสูง อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี นิยมใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อน นำมาลวกหรือต้มให้สุก ใช้รับประทานร่วมกับน้ำพริก สำหรับคุณประโยชน์ที่ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน ของผักปลัง มีสารเบตาแคโรทีนที่ช่วยบำรุงดวงตา และยังมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารช่วยป้องกันมะเร็ง ทั้งต้นของผักปลังมีรสเย็น ช่วยขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้อาการร้อนใน ทำให้เลือดเย็นขึ้น ช่วยแก้อาการท้องผูก ยอดอ่อนหรือใบยอดอ่อนสดจะมีเส้นใย ช่วยหล่อลื่นลำไส้ และเป็นยาระบายอ่อนๆ ที่เหมาะสำหรับเด็กและสตรีตั้งครรภ์ เมื่อนำมาต้มรับประทานเป็นอาหารจะช่วยแก้อาการท้องผูกได้
3. ย่านาง เป็นสมุนไพรเย็น มีคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ และยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีนในปริมาณค่อนข้างสูง สำหรับสรรพคุณของย่าน่างมีหลากหาย ได้แก่ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วและความแก่ชราอย่างได้ผล ช่วยรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ อาเจียนได้ รวมไปถึงช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวาน ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้อีกด้วย
4. ผักกูด เป็นผักที่มีรสจืดอมหวานและกรอบ ยอดอ่อนและใบอ่อนนิยมนำมาบริโภค โดยนำมาปรุงเป็นอาหารได้อย่างหลากหลาย ด้วยการนำมายำ ผัด ทำเป็นแกงจืด แกงเลียง แกงส้ม แกงแคร่วมกับผักชนิดต่าง ๆ สำหรับสรรพคุณของผักกูดมีหลายอย่าง ได้แก่ ช่วยบำรุงโลหิต เนื่องจากผักกูดเป็นผักที่มีธาตุเหล็กมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ผักกูดเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างดี นอกจากนี้ในผักกูดอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและเบตาแคโรทีน การรับประทานผักกูดร่วมกับเนื้อสัตว์จะช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ได้ดีขึ้น และยังช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดีอีกด้วย
5. ผักหวานบ้าน เป็นผักที่มีวิตามินเอมากเป็นพิเศษ ซึ่งวิตามินเอมีประโยชน์กับสายตา มีวิตามินเค ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องการช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อมีบาดแผลแล้วเลือดออก ทำให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเสริมสร้างเซลล์กระดูกและเนื้อเยื่อในไต นอกจากนี้ใบผักหวานยังมีสรรพคุณในการแก้บวม แก้หัด ส่วนรากมีสรรพคุณลดอาการบวม รวมไปถึงใช้เป็นยาบำรุงสุขภาพสำหรับสตรีหลังคลอดได้
งั้นมาลองเมนุนี้กันสิคะ แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง เมนูพื้นบ้านที่มีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย รวมถึงไขข่มดแดงที่มีโปรตีนสูง แกงผักหวานรสชาติหอมกลมกล่อม ซดแล้วโล่งคอ ทานกับข้าวสวยร้อนๆสะคะ อร่อยแน่นอน สนใจหรือสบถามได้ที่ร้านอาหารไทย-อีสาน The Home ที่สุดร้านอาหารไทยบรรยากาศดี ดนตรีเพราะ หลากหลายเมนูอร่อยถนน เลี่ยงเมือง เทศบาลนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โทรสอบถามหรือจองโต๊ะได้ที่ 085-3113331 เปิดบริการทุกวัน 17:30 - 23:45 น.
วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561
รู้มั้ย!!ชะอมพืชสวนครัวที่มีประโยชน์ แต่ก็มีโทษเหมือนกัน
“ชะอม ”จัดเป็น พืชสวนครัว ที่สามารถปลูกเป็นแนวกั้น มียอดอ่อนให้ตัดกินได้ทุกฤดูกาล เป็นรั้วธรรมชาติที่กินได้ และยังเป็นพืชปลอดสารพิษที่หากินได้ง่าย ราคาไม่แพง ถึงแม้จะมีกลิ่นค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง ประกอบเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย อร่อย แถมยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย
ประโยชน์ของชะอม
1. ชะอมอุดมด้วยวิตามินเอ หากจะตามหาผักที่มีวิตามินเอสูงต้องห้ามมองข้ามชะอมเลยนะ เพราะอุดมด้วยวิตามินเอที่จะช่วยให้เราต่อสู้กับอนุมูลอิสระทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยบำรุงสายตาด้วย
2. ยอดอ่อนของชะอมมีสรรพคุณช่วยลดความร้อนในร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนที่เรามักนำมาทำอาหารกินกันมากที่สุด
3. ชะอมมีเส้นใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ แก้อาการท้องผูก
4. ประโยชน์ของชะอมช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ บรรเทาอาการปวดท้องหรือปวดเสียวในท้องได้ดี แก้อาการท้องอืดและท้องเฟ้อ
5. ชะอมช่วยบำรุงเส้นเอ็น อีกหนึ่งสรรพคุณที่โดดเด่นของชะอมคือ ช่วยบำรุงและรักษาเส้นเอ็นให้แข็งแรง ไม่เสื่อมเร็วกว่าที่ควร
6. ชะอมมีแคลเซียมสูง ซึ่งมีความสำคัญต่อกระดูกและฟัน โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทองที่มีความเสี่ยงจะเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ง่าย ถ้าอยากให้กระดูกและฟันแข็งแรงก็ต้องกินชะอมเป็นประจำ
7. ชะอมมีคุณสมบัติช่วยรักษาอาการลิ้นอักเสบและเป็นผื่นแดง
8. ในชะอมมีฟอสฟอรัส ที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมให้วิตามินบีต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
9. ชะอมมีธาตุเหล็ก ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดเป็นไปอย่างปกติ
10. ชะอมช่วยเสริมสร้างระบบของภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ทำให้กำจัดเชื้อโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่เจ็บป่วยง่าย เพราะฤทธิ์ของวิตามินซีที่มีอยู่มากในชะอมนั่นเอง
11. ประโยชน์ของชะอมช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง และลดโอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจได้ด้วย เนื่องจากในชะอมมีสารสำคัญที่ชื่อว่า เบต้าแคโรทีน
12. สารเบต้าแคโรทีนในชะอมยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส แลดูอ่อนเยาว์ และป้องกันความแก่ก่อนวัย
13. ชะอมมีสรรพคุณช่วยบำรุงเส้นผม ที่แห้งแตกปลาย ไม่มีน้ำหนัก ให้กลับมานุ่มสลวยได้
14. รากชะอมมีสรรพคุณแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ อีกทั้งการกินชะอมยังช่วยในการขับลมในกระเพาะและลำไส้ได้อีกด้วย
โทษของชะอม
1. สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรอ่อนๆ ไม่ควรรับประทานผักชะอม เพราะจะทำให้น้ำนมแห้งได้
2. สำหรับคุณแม่ลูกอ่อน จะแพ้กลิ่นของผักชะอมอย่างมาก ดังนั้นควรอยู่ห่างๆ
3. การรับประทานผักชะอมในช่วงหน้าฝน อาจจะมีรสเปรี้ยว กลิ่นฉุน บางครั้งอาจทำให้มีอาการปวดท้องได้ ซึ่งปกติคนมักนิยมรับประทานผักชะอมกันในช่วงหน้าร้อน
4. กรดยูริกเป็นตัวการที่ทำให้เกิดข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคเกาต์ ซึ่งเกิดมาจากสารพิวรีน (Purine) โดยผักชะอมนั้นก็มีสารพิวรีนในระดับปานกลางถึงระดับสูง ผู้ป่วยโรคเกาต์สามารถรับประทานได้ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่จำกัด หากเป็นมากก็ไม่ควรรับประทาน เพราะจะทำให้ปวดกระดูกได้
5. อาจพบเชื้อก่อโรคอย่าง ซาลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเป็นเชื้อที่สามารถพบได้ทั่วไปในสภาพแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ อากาศ เมื่อเรานำผักชะอมที่ปนเปื้อนสารชนิดนี้มาประกอบอาหารโดยไม่ล้างทำความสะอาดหลายๆ ครั้ง หรือไม่นำมาปรุงให้สุกก่อนรับประทาน อาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อชนิดได้ โดยผู้ที่ได้รับเชื้อชนิดอาจจะมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำสีเสียว หรือถ่ายเป็นมูกมีเลือดปน มีไข้ เป็นต้น
สุดท้ายนี้ผักชะอมถือได้ว่าเป็นอาหารที่ทำได้หลากหลายเมนูที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว เช่น ไข่ชะอม ไข่ทอดชะอม ชะอมชุบไข่ แกงส้มชะอมกุ้ง แกงส้มชะอมไข่ นำมาลวกหรือนึ่งใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริก น้ำพริกกะปิ รับประทานร่วมกับส้มตำมะม่วง ตำส้มโอ หรือจะนำไปปรุงเป็นแกงรวมกับปลา เนื้อ ไก่ กบ เขียด หรือต้มเป็นอ่อม ทำแกงลาว แกงแค เป็นต้น
วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
ทานผักอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
“ผัก” จัดอยู่ในอาหารหมู่ที่5 คือวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งทั้งที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกาย โดยส่วนใหญ่ผักจะอุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี วิตามินซี โพแทสเซียม แมงกานีส สังกะสี ฟอสฟอรัสและอื่นๆขึ้นอยู่กับ ชนิดของผักโดยในบางครั้งกรรมวิธีในการปรุงอาหารก็มีส่วนทำให้สารอาหารในผักเพื่อสุขภาพหลายๆ ชนิดลดลงไปบ้างไม่มากก็น้อย
ผักเพื่อสุขภาพที่ควรรับประทานสด
ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรรับประทานสดได้แก่ผักที่มีวิตามินซีสูง เช่นแครอท แตงกวา และมะเขือเทศ โดยนอกจากจะมีวิตามินซีแล้ว ผักต่างๆเหล่านี้ยังมี วิตามินเอ วิตามินบี เหล็ก ฟอสฟอรัส และเบต้าแคโรทีน ซึ่งช่วยบำรุงสายตาและช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามสารอาหารเหล่านี้ก็สามารถสลายไปพร้อมกับการปรุงอาหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินจะสลายตัวเมื่อได้รับความร้อน ดังนั้นหากรับประทานแบบสดๆ ก็จะได้สารอาหารครบถ้วนมากกว่านำไปปรุงสุกนั่นเอง
แต่ในความเป็นจริงการรับประทานผักสดอาจดูไม่ง่ายนัก เนื่องจากผักสดส่วนใหญ่มักจะมีกลิ่นฉุนและรสชาติเฉพาะตัว ดังนั้นวิธีการรับประทานผักสดให้อร่อยควรรับประทานเป็นสลัด ซึ่งน้ำสลัดและผลไม้ชนิดอื่นๆที่เติมลงไปจะทำให้ผักสดรสชาติดีขึ้น หรืออีกวิธีหนึ่งคือการนำผักและผลไม้มาปั่นรวมกันเป็นเครื่องดื่ม เติมเกลือเล็กน้อยเพื่อปรับรสชาติจากนั้นนำไปแช่เย็นเพื่อให้ได้ความสดชื่น ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีทีเดียว
ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรทานแบบปรุงสุก
ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน ส่วนใหญ่จะมีสารเฉพาะตัวที่หากรับประทานสดจะส่งผลเสียกับร่างกายมากกว่าผลดี เช่นในกะหล่ำปลีสดจะมีสารกอยโตรเจน ซึ่งส่งผลต่อการดูดซึมสารไอโอดีนในร่างกาย ดังนั้นหากรับประทานมากเกินไปก็จะส่งผลต่อต่อมไทรอยด์และทำให้เป็นโรคคอพอกได้ ซึ่งสารชนิดนี้นอกจากจะมีกะหล่ำปลีแล้ว ยังสามารถพบในบล็อกโคลี่และผักกาดขาว ซึ่งนิยมนำมารับประทานสดๆคู่กับน้ำพริกอีกด้วยถึงแม้ในทางการแพทย์จะระบุไว้ว่าต้องรับประทานในปริมาณมากถึงจะส่งผลต่อร่างกายอย่างเห็นได้ชัด แต่เพื่อความปลอดภัยในระยะยาวก็ควรนำไปปรุงให้สุกเสียก่อนหรือหากชอบรับประทานแบบสดๆก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและรับประทานผักชนิดอื่นร่วมด้วย
อย่างไรก็ตามหลายคนยังคงมีความเชื่อที่ว่าความร้อนจากกรรมวิธีในการปรุงอาหารจะทำให้สารอาหารอาหารหรือวิตามินต่างๆในผักเพื่อสุขภาพสูญเสียไป ดังนั้นหากจำเป็นต้องปรุงผักให้สุกก่อนรับประทานควรใช้ความร้อนน้อยที่สุดและรับประทานทันทีเพื่อคงคุณค่าของสารอาหารให้ได้มากที่สุด และควรใช้วิธีผัดหรือต้มแทนการลวกเนื่องจากวิตามินที่ออกมาจะยังคงอยู่ในน้ำผัดหรือน้ำแกง ซึ่งหากเรานำมาราดข้าวหรือซดร้อนๆก็จะยังคงได้รับสารอาหารที่ค่อนข้างครบถ้วนอยู่
จะเห็นได้ว่าผักแต่ละชนิดมีวิธีในการรับประทานต่างกัน หากอยากรับประทานให้ได้สารอาหารครบถ้วน ก็ควรเลือกชนิดของผักและวิธีการรับประทานให้ถูกต้อง เพียงเท่านี้เราก็จะได้ทานผักเพื่อสุขภาพ ที่ให้ประโยชน์สูงสุดกับร่างกายและดีต่อสุขภาพของเราในทุกๆ วัน ทุกๆ มื้ออาหาร วันนี้เราได้นำเมนูอาหารที่อร่อยและมีประโยชน์มาฝากค่ะ นั่นก็คือผัดผักกาดขาวกุ้งสด เป็นเมนูผัดผักอร่อยๆ ผักกาดขาวสดๆกรอบๆ กุ้งสดตัวโตๆ หน้าตาน่ารับประทาน รสชาติอร่อยกลมกล่อม เป็นเมนูเด็ดประจำร้านเดอะโฮมของเราเลยค่ะ ลองมาทานกันนะคะ ที่ร้านเดอะโฮม
วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
🍐🍐ส้มโอ คุณประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม🍐🍐
ส้มโอ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ citrus maxima เป็นไม้ที่มีขนาดลำต้นจัดอยู่ในขนาดกลางจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับส้ม ถือได้ว่า เป็น ผลไม้ เศรษฐกิจของไทยในด้านการส่งออกจัดเป็นผลไม้โอท๊อปของดีของภาคตะวันออกของไทย ส้มโอพันธ์ที่นิยมปลูกและพบทั่วไปตามท้องตลาดจะมีพันธ์ทองดี ขาวน้ำผึ้ง ขาวใหญ่ ขาวพวง ส้มโอจัดอยู่ในกลุ่มให้สารอาหารจำพวกวิตามินซีในปริมาณสูงในส้มโออุดมไปด้วยสารอาหารที่มีควาจำเป็นต่อร่างกายมากมายหลักก็มี คาร์โบไฮเดรต วิตามินc b2 b3 b6 แคลเซียม ธาตุเหล็ก เป็นต้น ส้มโอที่เห็นว่าสามารถรักษาสารอาหารได้มากขนาดนี้เนื่องจาก ผลของส้มโอมีเปลือกที่หนานั้นเอง นอกจากเนื้อส้มโอแล้ว เรายังสามารถบริโภคเปลือกส้มโอได้อีกด้วย คนสมัยก่อนยังเชื่อว่าเปลือกของส้มโอ สามารถรักษาเหาได้อีกด้วย ในทางจีนส้มโอจัดเป็นผลไม้มงคลใช้ในงานพิธีสำคัญๆส้มโอสามารถนำมาใช้ทำอาหาร เครื่องดื่ม และสกัดมาทำเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย ไม้แพ้ผลไม้สกุลเดียวกันอย่าง ส้ม เรามาดูสรรพคุณทางการแพทย์กันนะคะ
สรรพคุณทางยาและการรักษาทางการแพทย์
ผล ของส้มโอมีประโยชน์ในด้านการขับลมในกระเพราะอาหารบำรุงสายตาและช่วยลดกรดไหลย้อนได้ในส่วน
ดอก ของส้มโอหากรับประทานสดจะช่วยลดอาการปวดกระเพาะอหาร ปวดกระบังลม ขับลมในท้อง ขับเสมหะ
เปลือก ของส้มโอเอามาตำใช้พอกแผลที่เป็นหนอง เป็นฝีเพราะจะช่วยฆ่าเชื้อโรคและถ้าเอามารับประทานจะช่วยในเรื่องอาการจุกอัดแน่นอกและใช้ขับลมขับเมหะได้อีกด้วย เมล็ดในของผลส้มโอ จะมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการใส้เลื่อน และลำไส้หดตัวผิดปกติ
ราก จะช่วยรักษาอาการไอ เป็นหวัด แก้อาการปวดของท้องน้อยและถ้าหากท่านเป็นอีกหนึ่งคนที่มีปัญหาเลือดออกตามไรฟันส้มโอช่วยท่านได้เพราะในส้มโอมีวิตามินสูงที่จะเข้าไปช่วยเสริมสร้างเหงือกและยังมีแคลเซียมที่จะช่วยให้ฟันแข็งแรงอีกด้วย
ส้มโอต้านมะเร็ง
ส้มโอเมื่อรับรับประทานผลเข้าไปนอกขากจะได้รถชาติที่อร่อยแล้วคุณรู้ไหวว่าในขาดบริโภคคุณยังได้รับการป้องกันโรคมะเร็งจากการรับประทานอีกด้วยเพราะในแตงโมมีสารอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งเซลล์เมร็งที่กำลังจะก่อตัวได้อีกด้วยและในส้มโอยังสามารถชำระล้างสารพิษตกค้างในรjางกาย
ผิวสวยตาใสด้วยส้มโอ
หากคุณผู้หญิงท่านใดกำลังมองหาผลไม้ที่จะช่วยให้ผิวพรรณของคุณผู้หญิงเปล่งปลั่ง วันนี้จะมาแนะนำส้มโอโอโดยเฉพาะเปลืกเพราะในโบราณผู้หญิงสมัยก้อนได้เอาเปลือส้มโอมาทาหน้าทำให้ผิวผ่องใสและยังให้ดวงตาดูใสอีกด้วยเพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าส้มโอดอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่ววยเสริมสร้างให้ผิวแข็งแรงและเปล่งปลัง ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงสมัยก่อนจึงดูหน้าใส เพราะผู้หญิงสมัยก่อนไม่ได้พึ่งสารเคมีที่มีสารทำให้ตกค้างบนใบหน้านั้นเองและเจ้าวิตามินนี้เองที่ไปบำรุงสารตาทำให้ดวงตาดูใสสุขภาพดวงตาดูแข็งแรง
ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ
ในส้มโอนั้นอุดมไปด้วยวิตามันซี ซึ่งในวิตามินซีที่พบในส้มโอ สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรค UTI หรือโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบให้กับเราอีกด้วย
ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
โพแทสเซียม คือ สารที่ช่วยควบคุมระดับความมดันเลือดภายในร่างกายเรา และยังคอยกำจัคอลเลสเตอรอลที่ไม่ดีค่อร่างกายเราออกมาด้วย ซึ่งถ้าในร่างกายเรามีโพแทสเซียมอยู่ไม่เพียงพอ ก็อาจเกิดปัญหาหัวใจตามมาทีหลังก็เป็นได้ ซึ่งในส้มโอสามารถให้สารที่จำเป็นต่อร่างกายเหล่านี้แก่เราได้ค่ะ
ส้มโอ ตามตำราไทยแล้วเป็นส่วนสำคัญของเครื่องหอมและเป็นผลไม้ที่ใช้เส่นไหว้ ส้มโอเป็นพืชตระกูลเดียวกับส้มที่มีคนบริโภคอาจจะไม่มมากนักเพราะปัจจุบันมีผลผลิตลดลงและมีราคาแพงขึ้นแต่ อย่างไรก็ตามจากประโยชน์และสรรพคุณแล้วไม่สามารถมองข้ามได้เลย สุดท้ายนี้เรามีเมนูอาหารมาฝากกันอีกตามเคยค่ะ นั่นก็คือเมนูยำส้มโอนั่นเองค่ะ ยำส้มโอเป็นเมนูอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์จาดส้มโอและเครื่องเทศ รสชาติจะได้ความเปรี้ยวจากส้มโอ ส่วนน้ำยำจะออกหวานนำเมื่อนำมายำกับเนื้อส้มโอที่มีรสเปรี้ยว ก็จะได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวมากๆค่ะ สุขภาพดีหาได้ด้วยการใส่ใจดูแลตนเองนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ
วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
ถั่วพู ผักดีๆที่หลายคนมองข้าม
ถั่วพู เป็นพืชผัก อีกประเภทหนึ่งที่คนไทยนิยมปลูกไว้บริเวณบ้าน นอกเหนือจากการนำมาประกอบอาหารแล้ว ทุกส่วนของพืชชนิดนี้ยังสามารถนำมาทำประโยชน์ได้ทั้งหมด เรียกว่าเป็นทั้งผักและสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อด้านสุขภาพร่างกายมากมายทีเดียว
มารู้จักถั่วพูกันเถอะ
ถั่วพูเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเล็กสีเขียวมักเลื้อยพันกับต้นไม้หรือวัสดุอื่นๆ ในส่วนของใบจะเป็นใบประกอบ โดยมีใบย่อย 3 ใบ โคนใบกลมและส่วนปลายแหลมเป็นรูปใบหอก ดอกสีขาว ม่วง สีน้ำเงิน แดง ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งจะมีดอกอยู่ประมาณ 3-12 ดอก มีกลีบเลี้ยง ผลเป็นฝักแบนมีพูหรือปีกบนฝัก 4 ปีก มีสีเขียว ม่วง เหลือง มีทั้งผิวหยาบและเรียบ 1 ฝักจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 8-20 เมล็ด เมล็ดมีรูปทรงกลม มีสีขาว น้ำตาล ครีม เหลือง รากที่เป็นส่วนที่อยู่ใต้ดินจะสะสมอาหาร ซึ่งจะมีปมอยู่ใต้ดินจะมีเชื้อไรโซเบียมอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นพืชที่ปลูกง่ายเจริญเติบโตได้กับดินทุกชนิด ยกเว้นในดินที่มีน้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีใช้เมล็ดหรือเพาะกล้า
ประโยชน์ของถั่วพู
1. ช่วยบำรุงกำลัง สำหรับคนที่มีอาการอ่อนเพลียหรืออ่อนล้า การรับประทานฝักอ่อนหรือจะนำเมล็ดแก่ไปตากแห้งมาบดแล้วชงกับน้ำร้อนเพื่อดื่มก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ช่วยให้สดชื่นขึ้น เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้
2. ช่วยให้ฟันแข็งแรง เพราะในถั่วพูมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยให้ฟันแข็งแรงขึ้น แถมยังดีต่อการบำรุงกระดูกได้พร้อมกันด้วย
3. ช่วยลดไข้ แก้ร้อนใน ถั่วพูเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น นอกจากจะช่วยลดไข้ คลายอาการครั่นเนื้อครั่นตัวได้แล้ว ยังสามารถแก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียนได้
4. มีไขมันอิ่มตัวที่ดีกับร่างกาย ในถั่วพูหากสกัดเพื่อเอาน้ำมันมาใช้ จะมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันพืช เพื่อประกอบอาหาร น้ำมันจากถั่วพูไม่ก่อให้เกิดคอเลสเตอรอลในเลือด ทำให้ไม่เสี่ยงกับการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ นอกจากนี้ ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอไม่ให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพเร็ว รับประทานบ่อยๆ ในปริมาณที่พอเหมาะจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย
5. ป้องกันโรคมะเร็ง ถั่วพูมีคุณสมบัติช่วยลดการแบ่งเซลล์ของมะเร็งหรือป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง จึงสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านม และส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศหญิง
6. มีกากใยช่วยระบายท้อง ถั่วพูมีใยอาหารสูง หากนำมารับประทานไม่ว่าจะเป็นแบบดิบหรือสุกกับการทำเป็นเมนูอาหารต่างๆ เช่น ลวกจิ้มน้ำพริก ยำ แกง เป็นดั่งยาระบาย ช่วยให้การขับถ่ายสะดวก หากเป็นราก สามารถนำมาใช้ทำเป็นยา จะสามารถช่วยแก้อาการปวดมวนท้อง โดยให้รสชาติขมเล็กน้อย
7. ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม หากรับประทานถั่วพูเป็นประจำจะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมเพื่อนำไปใช้ได้มากถึง 40-50% เพราะในถั่วพูมีสารขัดขวางกระบวนการดูดซึมที่ต่ำนั่นเอง ซึ่งนอกจากการดูดซึมแคลเซียมที่ทำได้ดีแล้ว ย่อมส่งผลทำให้กระบวนการดูดซึมสารอาหารชนิดอื่นๆ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ส่วนต่างๆ ของถั่วพู ที่นำมาใช้ประโยชน์เพื่อสุขภาพ
ถั่วพูในส่วนต่างๆ ก็สามารถนำไปทำเป็นยาได้ โดยพบได้ในตำรายาโบราณ ซึ่งเป็นการใช้พืชผักสวนครัวมาเป็นยารักษาโรคได้อย่างเห็นผล สำหรับส่วนต่างๆ ที่มักนำมาใช้เป็นยาก็มีดังนี้
ราก ใช้มาต้มดื่ม เพื่อแก้อาการร้อนในตับ หรือหากมีอาการบวมในคอ สามารถใช้รากถั่วพูฝนกับสุราแล้วนำมาดื่ม อีกทั้งรากยังจะช่วยแก้โรคลมพิษ แก้อาการปวดท้องและรักษาสิวกับโรคผิวหนังบางชนิดได้อีกด้วย
หัว สามารถนำมาใช้เป็นยาชูกำลัง แก้อาการอ่อนเพลียของผู้ป่วย โดยนำหัวถั่วพูหั่นตากแห้ง คั่วไฟให้เหลือง ชงกับน้ำร้อนแล้วนำมาใช้ดื่มเหมือนน้ำชา สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถนำมาต้มหรือเผารับประทานเป็นอาหารว่าง ซึ่งเมนูนี้อาจจะแปลกสำหรับคนไทย แต่กลับเป็นที่นิยมสำหรับชาวพม่ามานานแล้ว และก็นับเป็นยาบำรุงกำลังอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
เมล็ด ให้คัดเอาเมล็ดถั่วพูมาต้มกินเพื่อบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง และช่วยเพิ่มกำลังได้พร้อมกัน วิธีคือ นำเมล็ดถั่วพูมาคัด แต่ต้องคัดเอาแต่เมล็ดแก่ที่เป็นสีน้ำตาลเข้มเท่านั้น ต้มให้สุกแล้วกรองเอาน้ำมาดื่ม หรือนำมาบดก่อนก็ได้ โดยดื่มก่อนทานอาหาร 3 เวลา ก็จะช่วยบำรุงสุขภาพได้เป็นอย่างดี
ข้อควรระวังในการรับประทานถั่วพู
เนื่องจากถั่วพู เป็นพืชที่อุดมไปด้วยโปรตีนสูงจากธรรมชาติ และถึงแม้จะสามารถนำถั่วพูมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนก็ตาม แต่ในทุกส่วนของถั่วพูกลับมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทริปซิน ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถย่อยสลายโปรตีนหรือย่อยได้น้อยลง ดังนั้น จึงไม่ควรกินถั่วพูดิบมากจนเกินไป แต่ควรนำมาต้มให้สุกเสียก่อนก็จะได้ประโยชน์ทางสารอาหารอย่างเต็มที่ และไม่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้แล้ว
ถั่วพูจัดเป็นพืชผักที่มีดีเหนือกว่าพืชตระกูลถั่วทุกชนิด เพราะทุกส่วนของถั่วพูล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างแท้จริง จนนับว่าเป็นพืชใกล้ตัวที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร พร้อมสรรพคุณทางยาครบถ้วนชนิดที่ไม่ควรมองข้ามกันเลยทีเดียว
วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
กระเทียมของดีมีประโยชน์ อย่าเขี่ยทิ้ง!!
กระเทียม...สรรพคุณเขาไม่ธรรมดา เพราะกระเทียมสดเป็นอาหารหรือเครื่องเทศที่เปี่ยมไปด้วยสารพฤกษเคมีที่ได้จากพืชเท่านั้น และยังมีสารโดดเด่นประจำตัวที่หากินไม่ได้จากอาหารชนิดไหน เรียกได้ว่าต้องกินกระเทียมเท่านั้นแหละถึงจะได้คุณค่าทางสารอาหารเหล่านี้ไป และใครอยากรู้ว่าประโยชน์ของกระเทียมช่วยลดความเสี่ยงโรคอะไรได้บ้าง เลื่อนลงมาอ่านข้างล่างได้เลย
กระเทียม (ภาษาอังกฤษ: Garlic ชื่อวิทยาศาสตร์: Allium sativum Linn) ในการทำกับข้าวในแต่ละมื้อนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ขาดไม่ได้เลย อาหารมื้อไหนถ้าไม่ได้ใส่ ก็จะทำให้อาหารนั้นขาดรสชาติ ไม่อร่อย กระเทียมมีประโยชน์มากมาย หลายประการ และยังเป็นสมุนไพร ที่สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้อีกด้วย กระเทียมมีสรรพคุณใช้ในการรักษากลากเกลื้อน และอีกหลายๆ อย่าง มาดูกันเลยครับ
ประโยชน์ของกระเทียม
ประโยชน์ทางตรง
ใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร แกงทุกชนิด ผัด ทอด เป็นต้น การทำอาหารทุกอย่างจะต้องมีกระเทียม เป็นส่วนประกอบ จะขาดไม่ได้
ประโยชน์ทางอ้อม
กระเทียมมีสรรพคุณเป็นยาใช้ในการรักษาโรค กระเทียมมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรา การที่เราทานอาหารทุกมื้อนั้น จะมีกระเทียมอยู่ และเป็นยาไปในตัวอีกด้วย กระเทียมยังสามารถรักษาแผลที่เน่าเปื่อย ที่เป็นหนอง ขจัดพิษสารตะกั่ว และยังมีสรรพคุณในการป้องกันโรคเบาหว่านได้อีกด้วย
1. ลดไขมัน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
สารสำคัญที่พบเฉพาะในกระเทียมเท่านั้นคือสารอัลไลซิน ซึ่งเป็นสารที่มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ไม่เกิน 10% ของคอเลสเตอรอลทั้งหมดในร่างกาย จึงสามารถบอกได้ว่ากระเทียมมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจได้ส่วนหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ และพฤติกรรมของแต่ละบุคคลด้วยที่จะบ่งชี้ได้ว่าความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจมีอยู่มาก-น้อยแค่ไหน
2. บรรเทาอาหารหวัด
ในตำรับยาสมุนไพรไทยบอกไว้ว่า กระเทียมมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการหวัด เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยในกระเทียมมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส อีกทั้งกระเทียมยังเป็นสมุนไพรรสเผ็ดร้อน ช่วยขยายทางเดินหายใจ ทำให้หายใจสะดวกขึ้น
ทั้งนี้กระเทียมยังมีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบ กระเทียมจึงเป็นสมุนไพรอีกตัวที่ช่วยบรรเทาอาการไอแบบมีเสมหะได้ โดยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไอมากขึ้น แนะนำให้ใช้กระเทียมและขิงสดอย่างละเท่ากัน ตำละเอียดแล้วละลายกับน้ำอ้อยสด เสร็จแล้วคั้นจนได้น้ำสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดมาจิบแก้ไอ ขับเสมหะ และทำให้เสมหะแห้ง หรือจะคั้นกระเทียมกับน้ำมะนาว แล้วเติมเกลือใช้จิบหรือกวาดคอก็ได้
3. ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
กระเทียมเป็นพืชที่มีไฟเบอร์อยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งไฟเบอร์ที่อยู่ในกระเทียมมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่ทั้งนี้ควรกินกระเทียมสดที่ยังไม่ถูกการปรุงสุก เพราะความร้อนจะลดคุณค่าทางสารอาหารในกระเทียม ส่งผลให้สรรพคุณของกระเทียมลดน้อยลง
4. ลดอาการแน่นท้อง จุกเสียด
มีการวิจัยพบว่ากระเทียมมีสาร Gastroenteric allechalcone ซึ่งมีฤทธิ์เพิ่มการบีบตัวของลำไส้จึงช่วยลำเลียงอาหารในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ทำให้เกิดการขับลม ลดอาการแน่นท้อง จุกเสียดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อยได้ อีกทั้งเมื่อรับประทานกระเทียมสดเข้าไปจะช่วยเพิ่มน้ำย่อยและน้ำดีได้อีกด้วย โดยขนาดรับประทานกระเทียมเพื่อขับลมให้ใช้กระเทียมสด 5-10 กลีบ รับประทานหลังอาหารหรือพร้อมอาหาร
5. รักษากลากเกลื้อนที่เกิดจากเชื้อรา
เนื่องจากน้ำมันสกัดจากกระเทียมมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย ดังนั้นโรคผิวหนังอย่างกลาก เกลื้อน กระเทียมก็สามารถบรรเทาอาการให้ได้ โดยให้ใช้กระเทียมสด ฝานเป็นแผ่นบาง ๆ ถูบริเวณผิวหนังที่เป็นกลาด เกลื้อน วันละ 2 ครั้ง หลังจากนั้นให้ขูดผิวด้วยไม้บาง ๆ ที่ทำการฆ่าเชื้อแล้ว (แช่แอลกอฮอล์ 70% หรือต้มในน้ำเดือด 10-15 นาที) พอให้ผิวเป็นสีแดงอมชมพูแล้วจึงทายารักษากลาก เกลื้อนทับอีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยให้ยาซึมลงบนผิวหนังได้ดีขึ้น
6. ลดอาการคัน ลดพิษแมลงสัตว์กัดต่อย
น้ำมันในกระเทียมสามารถนำมาทาลดพิษคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ โดยใช้กระเทียมสดทุบพอมีน้ำออก แล้วนำกลีบกระเทียมมาทาถูจุดที่โดนแมลงสัตว์กัดต่อย
นอกจากนี้กระเทียมยังเป็นสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติซึ่งระบุการใช้กระเทียมในตำรับยาแก้ลมอัมพฤกษ์ ซึ่งมีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ มือ เท้า บรรเทาอาการเหน็บชา เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มีคำแนะนำว่า ไม่ควรทานกระเทียมสดในปริมาณที่มากเกินไปนะคะ โดยสามารถทานกระเทียมขนาดกลาง ๆ ได้ไม่เกินวันละ 1 หัว เพราะถ้าทานมาก ๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดโลหิตจาง หรือภาวะเลือดแข็งตัวช้าได้ ดังนั้นในคนไข้ที่ต้องเข้าผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่ทานยาลดการแข็งตัวของเลือดอยู่ จึงไม่ควรรับประทานกระเทียม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
เม็ดแมงลัก สมุนไพรเด็ด ช่วยให้หุ่นสวย สุขภาพดี
เม็ดแมงลัก ไม่ได้มี สรรพคุณ ในการลดน้ำหนักโดยตรง แต่หากต้องการตัวช่วยเพื่อควบคุมการรับประทานอาหาร และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น เม็ดแมง...


























